ลงทุนกับ K-TREASURY – K-MONEY

ช่วงนี้การลงทุนต่างประเทศเริ่มที่จะมีการแข่งขันกันอย่างต่อเนื่องหลายบริษัทจัดการลงทุน เริ่มโผล่แคมเปญทั้งหลายออกสู่สายตานักลงทุนอย่างต่อเนื่อง สร้างจุดแข็งการลงทุนในกองทุนรวม อีกทั้งมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินออม เงินฝากธนาคาร หรืออื่นๆ เพื่อเพิ่มเงื่อนไขให้นักเก็งกำไรทั้งหลายหันมาสนใจสินค้าของตน โดยเริ่มที่ บลจ. กสิกรไทย เอาใจแฟนกองทุนมันนี่มาร์เก็ตทั้งหลาย ชูจุดเด่นสุดคุ้ม ทั้งโอกาสรับผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก สภาพคล่องสูง ความเสี่ยงต่ำ ยิ่งลงทุนมากยิ่งได้รับ Cash Back เพิ่ม วันนี้ – 26 ก.พ. นี้เท่านั้น

นางสาวยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่าในภาวะอัตราดอกเบี้ยทรงตัวเช่นปัจจุบัน ผู้ลงทุนจำนวนมากยังคงต้องการทางเลือกในการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ให้โอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจ ควบคู่ไปกับสภาพคล่องสูง ซึ่งนอกเหนือจากการฝากเงินแล้ว กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) อย่างกองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) และกองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ลงทุนมาโดยตลอดด้วยจุดเด่นที่ตอบสนองความต้องการลงทุน ได้ครบถ้วนทั้งการลงทุนในตราสารที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำ สภาพคล่องสูง ทั้งยังให้โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากเงิน นอกจากนี้ บริษัทยังจัด Cash Back Promotion พิเศษสำหรับลูกค้าที่ลงทุนในกองทุน K-TREASURY และ K-MONEY ตั้งแต่ 11 ม.ค. ? 26 ก.พ. 2553 และไม่ขายคืนก่อน 31 ส.ค. 2553 โดยมีโปรโมชั่นถึง 3 โปรแกรม ภายใต้เงื่อนไขยิ่งลงทุนมาก – ยิ่งอยู่นาน – ยิ่งมีโอกาสรับ Cash Back มาก เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าในการลงทุนให้แก่ลูกค้า

นางสาวยุพาวดี กล่าวเสริมว่า ทั้ง 3 โปรแกรมส่งเสริมการขาย K-TREASURY & K-MONEY Cash Back Promotion ตั้งแต่ 11 ม.ค. ? 26 ก.พ. 2553 ประกอบด้วย โปรแกรมที่ 1 สำหรับผู้ที่ลงทุนในกองทุน K-TREASURY และ/หรือ กองทุน K-MONEY โดยมียอดซื้อสุทธิ (ยอดซื้อลบด้วยยอดขาย) ตั้งแต่ 100,000 ? 900,000 บาท และไม่มีการขายคืนจนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2553 เงินลงทุนทุกๆ 100,000 บาท จะได้รับ Cash Back 50 บาท สำหรับโปรแกรมที่ 2 สำหรับเงินลงทุน 1,000,000 บาทขึ้นไป และไม่มีการขายคืนจนถึง 31 ส.ค. 53 ทุกๆ 1,000,000 บาท จะได้รับ Cash Back 600 บาท ส่วนโปรแกรมที่ 3 เป็น Top Up Promotion จากโปรแกรมที่ 1 และ 2 สำหรับลูกค้าที่ลงทุนในกองทุน K-TREASURY และ/หรือ K-MONEY ตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ควบคู่กับการซื้อประกันชีวิต Pro Life 90/5 ที่มีเบี้ยประกันแบบรายปีต่อ 1 กรมธรรม์ ทุกๆ 50,000 บาท รับ Cash Back เพิ่ม 2,000 บาท

สำหรับแคมเปญที่จัดขึ้นนี้ เป็นหนึ่งในแคมเปญตอบแทนความไว้วางใจ ของผู้ลงทุนในกองทุน K-TREASURY และ K-MONEY ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2553 หลังจากที่ได้เริ่มแคมเปญแรก คือการจับรางวัล K-TREASURY & K-MONEY ให้ทุกวันเป็นวันเพิ่มค่าไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเราตั้งใจให้เป็นการเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าที่เลือกลงทุนกับกองทุน K-TREASURY และ K-MONEY เพิ่มเติมจากผลตอบแทนที่น่าสนใจ โดยกองทุน K-MONEY ซึ่งมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี อยู่ที่ 0.94%, 0.93% และ 1.04% ตามลำดับ ถือว่าให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าเมื่อเทียบกับผลตอบแทนของเงินฝากประจำ 3 เดือน ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของกองทุนอยู่ที่ 0.68%, 0.71% และ 0.77% ส่วนกองทุน K-TREASURY ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี อยู่ที่ 0.75%, 0.72% และ 0.80% ซึ่งแม้จะให้โอกาสรับผลตอบแทนน้อยกว่าแต่ก็เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการ ความมั่นใจจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ภาครัฐซึ่งกองทุนนี้ เน้นลงทุน จึงเท่ากับว่า ผู้ที่เลือกลงทุนใน 2 กองทุนนี้ในช่วงโปรโมชั่น จะได้ความพิเศษเหล่านี้ไปครบถ้วน ทั้งโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจได้รับเงิน Cash Back เพิ่ม มั่นใจได้ในคุณภาพของตราสารที่กองทุนเลือกลงทุนซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ ทั้งยังได้รับความสะดวกในการทำธุรกรรมซึ่ง บลจ. กสิกรไทย ให้ความสำคัญและได้พัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการสำหรับลูกค้ากองทุน K-TREASURY และ K-MONEY อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา? นางสาวยุพาวดีกล่าว

สำหรับกองทุนเปิดเค ตราสารรัฐระยะสั้น (K-TREASURY) เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นของภาครัฐ ณ 15 ม.ค. 2553 กองทุนมีขนาดประมาณ 66,730.36 ล้านบาท สำหรับที่ถามว่า กองทุน k-treasury ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ นั้นตอบว่าไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้เนื่องจากเป็นกองทุนตราสารหนี้ ไม่ใช่เป็นกองทุนที่เกี่ยวเนื่องกับการออมเป็นหลักเช่นกองทุน RMF LTF ตรวจสอบรายการหักลดหย่อนภาษีเงินได้ปี 53 ได้ ส่วนกองทุนเปิดเค ตลาดเงิน (K-MONEY) มีนโยบายใกล้เคียงกันแต่เพิ่มโอกาสลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนและลงทุนในต่างประเทศ* เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้น ขนาดกองทุนประมาณ 63,001.98 ล้านบาท ทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวลงทุนในตราสารที่มีการผิดชำระหนี้ต่ำ ผลตอบแทนสำหรับผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี สภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ โดยสามารถทำรายการได้หลากหลายช่องทาง ทั้งทำรายการด้วยตนเองที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา บลจ. กสิกรไทย จำกัด หรือตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืน ทั้งยังสามารถทำรายการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ 3 ช่องทาง ได้แก่ K-ATM, K-Contact Center โทร. 0-2888-8888 หรือใช้บริการ K-Cyber Invest ผ่านทางเว็บไซท์ www. Kasikornasset.com ได้อีกด้วย

ผู้ที่สนใจลงทุนสามารสอบถามข้อมูลและเงื่อนไขส่งเสริม การขายเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา บลจ. กสิกรไทย จำกัด หรือสอบถามไปยัง KAsset Call Center โทร. 0 2673 3888

Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.

Comments are closed.

Powered by WordPress. Copyright © 2012 The Real Blog link exchange Subscribe to our Feed บล็อกแห่งความจริง