เศรษฐกิจจังหวัดกระบี่

จากงบประมาณที่มีแรงสนับสนุนเศรษฐกิจในจังหวัดกระบี่นั้น หลายคนอาจนึกถึงแต่เรื่องท่องเที่ยวและสินค้าเกษตรบางชนิดเป็นหลัก แต่อย่าลืมว่าพืชหลายอย่างก็ยังคงเป็นสินค้าหลักที่เป็นตัวเร่งเศรษฐกิจในจังหวัดกระบี่อีกหลายอย่าง เช่นปาล์มน้ำมัน ยางพารา กาแฟ เป็นสินค้าเพิ่มรายได้แก่ชาวกระบี่ในแต่ละปีสูง กระนั้นเอง พืชและสินค้าที่สร้างรายได้แก่ชาวกระบี่จริงๆ อาจมีมากถึง 20 รายการ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Klong Muang Krabi Holiday on the Beach

จากข้อมูลที่พบ ระบุว่าจังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกปาล์มมากที่สุดถึง 800,000 ไร่เศษ ทางผู้บริหารจังหวัด ซึ่งก็คือ นายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พยายามที่จะนำทุกชิ้นส่วนของปาล์มน้ำมันมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการเพาะเห็ดจากทะลายปาล์มเป็นอีกหนทางหนึ่ง ที่สามารถจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันมีกลุ่มเพาะเลี้ยงเห็ดฟางจำนวน 8 กลุ่ม สมาชิก 166 ราย ผลิตได้จำนวน 360 คัน/ปี มูลค่า 11.21 ล้านบาท ส่งออกไปจำหน่ายยังเมืองใหญ่ๆ ต่างๆ เช่น สงขลา ประจวบฯ หรือ กรุงเทพฯ ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ จำนวน 0.5-1 ตัน/วัน และทางรถยนต์ จำนวน 1 – 2 ตัน/วัน และผู้ประกอบการส่งออกได้มีความสนใจในเห็ดฟางเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จังหวัดกำลังเร่งดำเนินการคือ การควบคุมมิให้มีการใช้สารเคมีเพราะจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และขัดต่อนโยบายครัวอันดามันของจังหวัดกระบี่

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ย้ำว่า สำหรับนโยบายครัวอันดามันที่จัดให้มีขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ได้บริโภคอาหารที่ปลอดสารพิษ จังหวัดจึงได้สนับสนุนให้เกษตรกรดำเนินการปลูกผัก Hydroponic และผักเกษตรอินทรีย์ ซึ่งขณะนี้มีบางโรงแรมได้ดำเนินการปลูกผัก Hydroponics เอง แล้วนำมาเป็นผักสลัดในอาหารเช้าแก่นักท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวยังจังหวัดกระบี่ต่อไป

จากการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ที่ประชุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งระดมแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำ จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2552 เวลา 13.30 ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลาง จ.กระบี่ นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยมีภาคราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าภาคการเกษตร แต่เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก จึงต้องระดมหาช่องทางการระบายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคในทุกภาคทั่วประเทศ และที่สำคัญการพัฒนาคุณภาพสินค้าของจังหวัดกระบี่ ต้องมีมาตรฐาน เพื่อให้จังหวัดปลายทางยอมรับและเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตสินค้าออกสู่ตลาด ซึ่งเกษตรกรเองต้องทำงานเชิงรุกในการผลิตสินค้า เพราะหัวใจของการทำธุรกิจ คือความเชื่อถือ จะต้องมีการพัฒนาผลผลิตอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้สินค้าที่ออกจากจังหวัดกระบี่ด้อยคุณภาพ เป็นที่เชื่อถือ และมั่นใจของลูกค้าตลอดไป

แนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ คือ

  • – จะต้องมีการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง
  • – จัดหาตลาดหรือสถานที่จำหน่ายให้กับเกษตรกร
  • – ขอรับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ในการตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนการกระจายสินค้าไปยังจังหวัดต่าง ๆ
  • – ประสานโรงงานแปรรูปเพื่อรับซื้อผลผลิตนำไปแปรรูป
  • – จัดงานเทศกาลเพื่อรณรงค์การบริโภค

สินค้าประเภทอื่นในจังหวัดกระบี่

ไม่เพียงแต่สินค้าหลักที่สามารถสร้างรายได้แก่จังหวัดกระบี่เท่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังส่งเสริมให้มีการปลูกข้าว ซึ่งที่บริเวณห้างบิ๊กซี สาขากระบี่ นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมข้าวหอมมะลิจากสหกรณ์ผู้ผลิตในเขตทุ่งกุลาร้องให้และงานกระจายผลไม้ นายนารถพงศ์ สุนทรนนท์ สหกรณ์จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดการตลาดข้าวของสหกรณ์ โดยเน้นให้ข้าวมีคุณภาพได้มาตรฐานโดยการดำเนินการด้านองค์ความรู้ ถ่ายทอดความรู้ให้แก่สมาชิกและบุคลากรสหกรณ์ผลิตข้าวที่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ด้านการส่งเสริมตลาดข้าวสหกรณ์ สนับสนุนงบประมาณให้สหกรณ์เข้าร่วมงานแสดงดินค้า และกิจกรรมการสร้างสัญลักษณ์ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องให้ ภายใต้ชื่อ ทุ่งกุลาฟาร์ม ให้ขยายการตลาดให้มากขึ้น และการจัดงานในครั้งนี้มีข้าวหอมมะลิจากสหกรณ์การเกษตรจังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด และจังหวัดสุรินทร์ จำหน่าย

พร้อมทั้งสถาบันเกษตรกรในจังหวัดกระบี่ คือ สหกรณ์กองทุนสวนยางเขาขาวและกลุ่มเกษตรกรทำนาสินปุน ได้นำผลไม้มาร่วมจำหน่าย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น ขณะที่บริเวณถนนคนเดิน ถนนมหาราชซอย 8 ได้จัดกิจกรรมงานแสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าภายใต้การเชื่อมโยงร่วมกลุ่มสิ้นค้า OTOP และ SME มีผลิตภัณท์สินค้า OTOP จากจังหวัดลพบุรี มหาสารคาม ลำปาง อุตรดิตถ์ พังงา สระบุรี ประกอบด้วยสินค้าประเภทอาหาร ของใช้ ของที่ระลึก จำหน่ายแก่ประชาชนอีกด้วย กระบี่มีพื้นที่เพาะปลูกมากมาย ทั้งนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ติดชายฝั่งทะเล จึงอาจไม่เหมาะที่จะทำเรือกสวนไร่นา เหมือนจังหวัดทางภาคอื่นๆ แต่กระบี่ ก็สามารถผลิตข้าวคุณภาพดีได้ไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ ในประเทศเลย

จากที่กล่าวมาแล้ว กุ้ง ก็ถือเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้แก่ชาวกระบี่ด้วย นายปกครอง เกิดสุข ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีมติให้แก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ โดยการเปิดรับจำนำกุ้งในจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 500 ราย มีความพอใจในการตัดสินใจของรัฐบาลเพราะทำให้ราคากุ้งขยับขึ้นมา พอที่จะให้เจ้าของบ่อกุ้งสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยไม่ต้องทิ้งไปประกอบอาชีพอื่น และการจัดสรรงบประมาณเพื่อรับจำนำกุ้งของรัฐบาลไม่ได้จัดสรรงบประมาณเป็นรายจังหวัด

แต่จัดสรรตามความต้องการของผู้เลี้ยงกุ้ง ซึ่งที่จังหวัดกระบี่ มีผู้ขอจำนำกุ้งประมาณ 30 ราย หรือประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ รายละไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการประเภทการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมงแล้ว ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า สำหรับตลาดกุ้งต่างประเทศ มีความต้องการอย่างน้อยปีละประมาณ 4 แสนตัน ดังนั้น ผู้ส่งออกอยากให้ผู้เลี้ยงกุ้งมีปริมาณการเลี้ยงที่คงที่หรือเพิ่มขึ้น

และเพื่อจะได้มีกุ้งส่งออกในจำนวนตามที่ตลาดต้องการ จากการที่รัฐบาลช่วยประคองผู้เลี้ยงกุ้งให้กิจการอยู่ได้ก็เหมือนเป็นการรักษาตลาดต่างประเทศกุ้งของไทยไว้ไม่ให้ไปตกอยู่กับประเทศอื่นที่เลี้ยงกุ้ง ก็เพื่อส่งออกเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่อยากจะฝากถึงรัฐบาลนั้น คืออยากให้รัฐบาลขอความร่วมมือจากสมาคมผู้แช่แข็งหรือห้องเย็น ในเรื่องของการเพิ่มสถานที่รับฝากกุ้งเพื่อให้ผู้เลี้ยงกุ้งสามารถเพิ่มการจำนำได้ เพราะเชื่อว่ายังมีเกษตรกรรายย่อยอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการเข้าโครงการรับจำนำแต่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ จะเป็นแรงผลักดันให้สินค้าเศรษฐกิจในจังหวัดมีแนวโน้มที่ดีมากยิ่งขึ้น

Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.

Comments are closed.

Powered by WordPress. Copyright © 2012 The Real Blog link exchange Subscribe to our Feed บล็อกแห่งความจริง